รักษารากฟัน-01
บทความ-รักษารากฟัน

รักษารากฟัน

เปิดสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาที่รากฟัน
การดูแลรักษาช่องปากถือเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง หากละเลยไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้อง อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากได้ และยังส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันได้อีกด้วย ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาที่รากฟัน เนื่องจากการดูแลช่องปากที่ไม่ถูกต้องจนเกิดปัญหา เช่น ฟันผุ โรคเหงือก รวมทั้งพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น การชอบทานอาหารแข็งๆ ที่ต้องออกแรงเคี้ยวมากๆ หากในระยะยาวจะมีผลต่อโพรงประสาทฟันและยังส่งผลให้ฟันมีอาการร้าว จนเชื้อโรคสามารถเข้าไปสะสมในส่วนของโพรงประสาทฟันได้ จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษารากฟันจากทันตแพทย์

ลักษณะปัญหาฟันแบบใด ควรทำการรักษารากฟัน
ปัญหาในช่องปากเป็นเรื่องสำคัญและควรได้รับการรักษาอย่างเร็วที่สุด ซึ่งถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษารากฟันโดนทันที
ติดเชื้อที่โพรงประสาทฟัน
การติดเชื้อที่โพรงประสาทฟันจะทำให้มีอาการปวดฟันอย่างรุนแรง หากไม่ได้รับการรักษาโดยเร็วอาจจะเกิดปัญหาอื่นตามมา เช่น การติดเชื้อลุกลามไปจนถึงปลายรากฟัน หรือส่งผลต่ออวัยวะข้างเคียงอื่นๆ เช่น ทำให้เกิดโพรงจมูกอักเสบ หรือตาอักเสบได้
ฝีหนองที่รากฟัน
สามารถสังเกตได้บริเวณเหงือก หากเห็นเป็นตุ่มหนองบนเหงือกตรงกับฟันที่ติดเชื้อนั่นหมายความว่าคุณมีอาการฝีหนองที่รากฟัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในฟันที่ตายแล้ว และปล่อยให้ฟันผุเป็นเวลานาน จนส่งผลทำให้ปวดฟันรุนแรงได้
โพรงประสาทฟันอักเสบ
โพรงประสาทฟันอักเสบ เกิดขึ้นได้จากฟันที่ผุลึกจนทะลุไปถึงโพรงประสาทฟัน และไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม จนเป็นเหตุให้เกิดการติดเชื้อของเนื้อเยื่อในโพรงประสาทฟัน และทำให้ปวดฟันขึ้นมาได้
ฟันตาย
ฟันตายคือ ฟันที่ไม่มีเส้นเลือดมาเลี้ยงโพรงประสาทฟัน ซึ่งหากมีเชื้อโรคเข้าไปที่โพรงประสาทฟันจะทำให้เกิดการอักเสบได้ นับเป็นภาวะอันตราย อาการจะรู้สึกเสียวฟันมากๆ เวลาเคี้ยวจะรู้สึกเจ็บ มีตุ่มที่เหงือก หรือฟันเปลี่ยนสีไป
ฟันหัก
หากเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ฟันหักอย่างรุนแรง จะทำให้แรงกระแทกที่ได้รับนั้นกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน เป็นเหตุที่ก่อให้เกิดอาการการติดเชื้อบริเวณโพรงประสาทฟันได้

สังเกตไว้ อาการแบบไหนเป็นสัญญาณว่าควรรักษารากฟัน
ได้รู้กันไปแล้วว่ามีลักษณะปัญหาฟันแบบใดบ้างที่เข้าข่ายว่ารากฟันของคุณกำลังมีปัญหา ในหัวข้อนี้จะพาทุกคนมาเช็กอาการกันว่า อาการแบบไหนที่ต้องรีบไปพบทันตแพทย์ เพื่อรับการรักษารากฟันป้องกันไม่ให้ความเสียหายลุกลาม
• ปวดฟันตุ้บๆ หากมีอาการปวดฟันมาจากรากฟัน จะเริ่มที่การปวดฟันชนิดที่ไม่รุนแรง แต่จะปวดนานกว่าปกติ และจะรู้สึกเจ็บเมื่อต้องเคี้ยวในจุดที่โพรงประสาทนั้นอักเสบ ส่วนนี้มักเป็นจุดที่มีฟันผุขนาดใหญ่และลึก
• เสียวฟัน เป็นอาการปวดลักษณะหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อโพรงประสาทฟัน เพราะเมื่อส่วนของประสาทฟันที่อยู่บริเวณเนื้อฟันไม่ได้รับการป้องกัน จะทำให้ไวต่อความรู้สึกจึงเสียวฟันได้ง่ายขึ้น
• เหงือกบวม อาการเหงือกบวมปกติแล้วจะเกิดขึ้นบริเวณรากฟันที่มีอาการอักเสบมากๆ
• ฟันเปลี่ยนสี ถ้าฟันเปลี่ยนสีเป็นสีดำหรือสีคล้ำ อาจจะเกิดจากฟันถูกกระทบอย่างรุนแรง จากอุบัติเหตุต่างๆ เช่น การหกล้ม เล่นกีฬา จนส่งผลกระทบต่อโพรงประสาทฟัน
• มีตุ่มหนอง อาการนี้จะมีตุ่มหนองคล้ายหัวสิว ตรงฟันซี่นั้นๆ และจะมีน้ำหนองไหลออกมา ฟันแตกฟันผุ: สังเกตได้ชัดมากที่สุด และเป็นข้อบ่งชี้ว่าทำไมถึงต้องได้รับการรักษารากฟัน จะอาการปวดฟันมาก เพราะอาการอักเสบลามไปถึงส่วนลึกของโพรงประสาทฟัน

ก่อนรักษารากฟันทันตแพทย์จะทำอะไรบ้าง?
เมื่อพบว่าตัวเองมีอาการข้างต้น ควรเข้าปรึกษาทันตแพทย์ทันที เพื่อทำการวินิจฉัย และทำการเข้ารักษารากฟัน โดยเบื้องต้นที่ทันตแพทย์จะดำเนินการจะมีดังนี้
• ตรวจสุขภาพฟัน และเอกซเรย์ เพื่อประเมินว่าคนไข้มีรากฟัน หรือโพรงประสาทฟันเป็นอย่างไร
• เมื่อวินิจฉัยเสร็จว่าต้องทำการรักษารากฟัน จะเริ่มการรักษารากฟันโดยการขูดเนื้อฟันที่เสียหายออก เพื่อทำความสะอาดให้ปราศจากเชื้อก่อน
• อุดคลองรากฟัน และโพรงประสาทฟันด้วยวัสดุอุดฟันชั่วคราว โดยใช้กล้องจุลทรรศน์สำหรับการรักษาทางทันตกรรมโดยเฉพาะ แต่ต้องแน่ใจก่อนว่ารากฟันไม่มีการอักเสบแล้วถึงจะใส่ยาฆ่าเชื้อลงบริเวณรากฟัน
• ใส่ครอบฟัน เพื่อป้องกันฟันแตกหรือฟันผุ โดยยึดเข้ากันกับปูนสำหรับอุดฟัน และตกแต่งขนาดให้พอดีกับการครอบฟัน
• หลังจากนั้นคนไข้ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนการดูแลรักษาตนเองตามที่ทันตแพทย์แนะนำ โดย 2-3 วันแรกอาจจะทำให้คนไข้รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมบริเวณที่ทำการรักษาอยู่

ส่องขั้นตอนรักษารากฟันแบบ Step by Step
ข้างต้นเป็นเพียงแค่วิธีการรักษาคร่าวๆ ที่ทันตแพทย์จะทำเพื่อรักษารากฟันให้คนไข้ แต่ในหัวข้อนี้จะพามาดูว่า ขั้นตอนการรักษารากฟันแบบละเอียดนั้นจะมีอะไรบ้าง
1. X-ray รากฟัน
เริ่มกันที่ขั้นตอนการ X-ray ซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะจะทำให้ทันตแพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำและถูกต้อง ซึ่งทันตแพทย์จะทำการเอกซเรย์ เพื่อให้มองเห็นฟันและกระดูกรอบข้างได้อย่างชัดเจน ก่อนการรักษารากฟันจริง
2. ฉีดยาชา
หลังจากนั้นทันตแพทย์จะทำการฉีดยาชา เพื่อบรรเทาความเจ็บปวด ให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย
3. วางแผ่นยางกันน้ำลาย
จากนั้นทันตแพทย์จะวางแผ่นยางกันน้ำลาย ทับฟันของคุณเพื่อให้ฟันแห้ง สะอาด และป้องกันแบคทีเรีย ที่อาจจะเกิดการติดเชื้อในช่องปาก
4. กรอฟันด้านบนออก
เริ่มขั้นตอนการรักษารากฟันด้วยการกรอฟันด้านบนออก เพื่อให้มีทางเปิดเข้าที่คลองรากฟันที่เครื่องมือแพทย์สามารถสอดเข้าไปยังส่วนปลายได้สะดวกและเป็นเส้นตรง เพื่อให้สามารถทำความสะอาด และยังทำให้การขยายคลองรากฟันทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
5. ทำความสะอาดรากฟัน และใส่ยาลงไป
หลังจากกรอฟันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทันตแพทย์จะทำความสะอาดรากฟันและใส่ยาลงไป เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการติดเชื้อแล้ว และป้องกันการติดเชื้อซ้ำที่อาจจะเกิดขึ้นอีกได้
6. ใส่วัสดุอุดฟัน
หลังจากทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อย ทันตแพทย์จะทำการอุดฟันด้วยวัสดุชั่วคราว เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ จนกว่าจะสามารถใส่ที่อุดฟันแบบถาวรหรือครอบฟันได้โดยเร็วที่สุด ซึ่งถ้าหากการอุดฟันไม่ได้ผล สามารถรักษารากฟันด้วยวิธีการผ่าตัดปลายรากฟันได้ วิธีนี้จะทำการผ่าตัดเข้าไปที่ตำแหน่งปลายรากฟันที่เป็นหนอง ทำการตัดปลายรากฟันออกบางส่วน

ไม่รักษารากฟันได้ไหม
การรักษารากฟันเป็นการรักษาฟันที่ได้รับความเสียหายหนักๆ และจะช่วยให้ฟันกลับมาแข็งแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเคี้ยวและการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างราบรื่น ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง หรือไม่ได้รับการรักษาในทันทีที่ฟันเกิดความเสียหาย อาจจะไม่สามารถกินอะไรได้ตามปกติอีกเลย และอาจจะสายเกินแก้ บางคนมีปัญหาที่รากฟันมานานจนเลิกปวดฟันไปแล้ว อาจจะคิดว่าไม่เป็นไร แต่จริงๆ การที่หายปวดฟัน ไม่ได้แปลว่าโรคหายไปแล้ว ซึ่งมีโอกาสกลับมาปวดใหม่ แถมอาจจะรุนแรงกว่าเดิมอีกด้วย ดังนั้นเมื่อตรวจพบ หรือมีอาการข้างต้น ให้ทำการรักษารากฟันทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เสียฟันก่อนวัยอันควร


รักษารากฟัน ราคาเท่าไหร่
สำหรับใครที่สงสัยว่าการรักษารากฟันมีราคาหรือค่าใช้จ่ายเท่าไร? ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับการรักษา ว่ารักษาแบบไหนและสภาพรากฟันเป็นอย่างไร แต่โดยปกติแล้วราคาการรักษารากฟันจะเริ่มต้นที่ 4,000-12,000 บาทต่อซี่ ราคาอาจมีเปลี่ยนแปลง หากมีการตกลงรักษาเพิ่มเติม ถึงอย่างไรก็ตาม U DENT Clinic พร้อมให้คำแนะนำเบื้องต้น หรือจะทำนัดเข้ามาตรวจและปรึกษากับทันตแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาต่อไปได้ โดยมีค่าใช้จ่ายของการรักษารากฟัน ดังนี้
• รักษารากฟันหน้า 5,000- 6,000 บาทต่อซี่
• รักษารากฟันกรามน้อย 6,000 – 8,000 บาทต่อซี่
• รักษารากฟันกราม 9,000 -12,000 บาทต่อซี่


คำถามอื่นๆ เกี่ยวกับการรักษารากฟันที่พบได้บ่อย
คำถามยอดฮิตที่ผู้คนส่วนใหญ่มักสงสัยกันเข้ามา มีอะไรบ้าง เราจะมาตอบคำถามให้เอง ดังนี้
รักษารากฟันเจ็บไหม
ในขั้นตอนรักษารากฟันจะมีการฉีดยาชาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด จึงไม่มีอาการเจ็บระหว่างทำการรักษา แต่หลังจากรักษาอาจจะมีอาการปวดประมาณ 2-3 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะกลับมาเป็นปกติ ทั้งนี้ หากระหว่างพักฟื้นคุณมีอาการปวดก็สามารถทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่งได้
การรักษารากฟันนานไหม
ระยะเวลาการรักษารากฟันจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที – 1 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับอาการของคนไข้ รวมทั้งการมาพบทันตแพทย์จะต้องมาตามนัด ซึ่งส่วนมากจะใช้เวลา 2 -3 ครั้ง โดยจะนัดห่างกัน 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพฟัน ว่าการติดเชื้อของฟันซี่นั้นมากน้อยแค่ไหน บางกรณีที่มีการติดเชื้อมาก อาจจะต้องใช้เวลารักษารากฟันนานกว่านั้น หรือบางกรณีเชื้อโรคยังไม่ลงบริเวรปลายรากนัก อาจใช้เวลาแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น
ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างไรหลังทำการรักษารากฟัน
การดูแลหลังจากทำการรักษารากฟันในเบื้องต้นนั้นควรรับประทานอาหารอ่อนๆ สัก 1-2 วันหลังทำการรักษา เพื่อลดการใช้งานการบดเคี้ยว รับประทานยาตามที่ทันตแพทย์แนะนำ และดูแลช่องภาพให้สะอาดอยู่เสมอ
การรักษารากฟัน คือ การกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย รวมไปถึงการหยุดยั้งการติดเชื้อที่โพรงประสาทฟัน ซึ่งการรักษารากฟันจะต้องมีการเตรียมตัวตรวจสุขภาพฟันกับคุณหมอก่อน เพื่อวางแผนการรักษา สำหรับขั้นตอนรักษารากฟันทันตแพทย์จะเริ่มจากการ X-ray ฟันก่อน หลังจากนั้นก็จะฉีดยาชา เมื่อยาชาออกฤทธิ์ก็จะทำการกรอฟันด้านบนออก เพื่อทำความสะอาดรากฟัน ทายา และอุดฟันด้วยวัสดุถาวร ซึ่งหลังจากรักษารากฟันเสร็จจะต้องมีการดูแลสุขภาพช่องปากให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดการติดเชื้อได้อีก